
คำร้อง/ทำนอง : ไพบูลย์ บุตรขัน (แต่งเมื่อ พ.ศ. 2496)
ขับร้อง : ชาญ เย็นแข
อย่าดูหมิ่นชาวนาเหมือนดั่งตาสี
เอาผืนนาเป็นที่พำนักพักพิงร่างกาย
ชีวิตเอยไม่เคยสบายฝ่าเปลวแดดแผดร้อนแทบตาย
ไล่ควายไถนาป่าดอน
เหงื่อรินหยดหลั่งลงรดแผ่นดินไทย
จนผิวดำเกรียมไหม้แดดเผามิได้อุทรณ์
เพิงพักกายมีควายเคียงนอน
สาบควายกลิ่นโคลนเคล้าโชยอ่อนยามนอนหลับแล้วใฝ่ฝัน
กลิ่นโคนสาบควายเคล้ากายหนุ่มสาวแห่งชาวบ้านนา
ไม่ลอยเลิศฟ้าเหมือนชาวสวรรค์
หอมกลิ่นน้ำปรุงฟุ้งอยู่ทุกวันกลิ่นกระแจะจันทน์
หอมเอยผิวพรรณนั้นต่างชาวนา
อย่าดูถูกชาวนาเห็นว่าอับเฉา
มือถือเคียวชันเข่าเกี่ยวข้าวเลี้ยงเราผ่านมา
ชีวิตคนนั้นมีราคาต่างกันแต่ชีวิตชาวนาบูชากลิ่นโคนสาบควาย
นั่งอยู่บนหอคอยสูง ดูคนไทยฆ่ากันเอง ด้วยสีหน้าเรียบเฉย และแฝงไปด้วยแววตาที่อำมหิต ในขณะที่เมียและลูกกำลังสนุกสนานอยู่กับเสียงเพลงโอเปร่าและแสงสีของโลกีย์ ไวน์ชั้นดีจากฝรั่งเศษรินมาที่แก้วคริสตรัลราคาแพง ไข่ปลาคาร์เวียถูกเสริฟ มีผู้คนเฝ้าคอยก้มกราบปฏิบัติรับใช้ราวกับบุคคลเหล่านั้นคือมนุษย์เหนือมนุษย์ ในขณะที่อีกมุมหนึ่งคนในประเทศส่วนมากกับกำลังทุกข์ระทมอยู่กับความยากจนและปัญหาสารพันที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งอย่างที่เกืดขึ้นในนั้นราวกับว่ากับประเทศนี้สงบสุขเหลือเกิน โอ้สารขันฑ์ประเทศ