กระแสโลกาภิวัตน์ที่กำลังดำเนินไปทั่วโลกในปัจจุบัน คือการเชื่อมต่อกันเข้าของระบบเศรษฐกิจสังคมนานาประเทศผ่านโครงข่ายตลาดการ ค้าและการลงทุนข้ามชาติ โดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นพลังหลัก ลดต้นทุนธุรกรรม การสื่อสารและการขนส่ง กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของสินค้า บริการ เงินทุน ผู้คน และทรัพยากรระหว่างประเทศในจำนวนมหาศาลต่อวัน การขยายการแข่งขันทางธุรกิจที่ข้ามกำแพงรัฐชาติ การแพร่หลายของการผลิตแบบห่วงโซ่ข้ามชาติ การไหลเวียนของข่าวสารข้อมูลและวัฒนธรรมที่รวดเร็ว รวมทั้งการแพร่ขยายของระบอบประชาธิปไตยไปในบรรดาประเทศกำลังพัฒนาที่ซึ่ง อดีตเคยเป็นระบอบเผด็จการในรูปแบบต่าง ๆ
โลกาภิวัตน์ในขั้นตอน ปัจจุบันมีรากฐานมาจากการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของยุโรปตะวันตกและสหรัฐ อเมริกาในช่วงทศวรรษ 2520-30 ก่อนหน้านั้น รัฐบาลประเทศเหล่านี้ได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบเคนส์เสียนที่รัฐเข้าแทรก แซงควบคุมระบบเศรษฐกิจทุนนิยม จำกัดการทำงานของกลไกตลาดด้วยกฎระเบียบและข้อห้ามมากมาย จัดตั้งรัฐวิสาหกิจผูกขาดในอุตสาหกรรมหลัก ส่งเสริมสหภาพแรงงาน และอัดฉีดงบประมาณของรัฐเข้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะล้นพ้นตัว เงินเฟ้อสูงเรื้อรัง วิกฤตการณ์ค่าเงินตกต่ำ และการว่างงานเชิงโครงสร้าง เป็นผลให้พรรคการเมืองที่เดินนโยบายลัทธิเคนส์เสียนพากันพ่ายแพ้เลือกตั้ง แทนที่ด้วยรัฐบาลฝ่ายเสรีนิยมที่ดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจตามแนวทางแปรรูป รัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกชน (privatization) ลดการแทรกแซงควบคุมของรัฐ (deregulation) และเปิดเสรีการแข่งขันภายในประเทศและการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ (liberalization)
โลกาภิวัตน์กลายเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เชี่ยว กรากเมื่อเกิดการล่มสลายของระบบสังคมนิยมทั่วโลกในช่วงปี 2532-34 ระบอบการเมืองแบบเผด็จการด้วยพรรคการเมืองพรรคเดียวที่รัฐเข้าแทรกแซง กิจกรรมทุกแง่มุมในชีวิตส่วนตนของประชาชนได้พังทลายลงพร้อมกับระบบเศรษฐกิจ สังคมนิยมที่รัฐเข้าวางแผนและควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกชนิดอย่างเบ็ด เสร็จ ก่อให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพและสูญเปล่า ความเป็นอยู่ของประชาชนเสื่อมทรุด อัตคัดขาดแคลน การล่มสลายของสังคมนิยมทำให้ประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลกซึ่งเคยอยู่นอกระบบ ตลาดได้เคลื่อนย้ายเข้าสู่ระบบตลาดของทุนนิยมในชั่วข้ามคืน กลายเป็นแหล่งแรงงาน ทรัพยากร ทุน และตลาดผู้บริโภคแห่งใหม่ให้กับการขยายตัวของทุนนิยมโลกในทศวรรษ 2530-50
ความ เสื่อมของนโยบายเศรษฐกิจเคนส์เสียนในยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา กับการล่มสลายของระบบสังคมนิยมในสหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันออก เป็นข้อพิสูจน์ถึงความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทั่วโลกในการแทรกแซง ควบคุมระบบเศรษฐกิจ ประชาชนจำนวนมากไม่เชื่อหรือมั่นใจใน “ภูมิปัญญาของรัฐบาล” อีกต่อไป
การมาถึงของโลกาภิวัตน์เป็นความ ท้าทายต่อรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่จะต้องปฏิรูประบบเศรษฐกิจของตนให้สอดรับและแสวงหาประโยชน์จากการแข่งขัน การไหลเวียนอย่างรวดเร็วของสินค้า เงินทุน ทรัพยากร มนุษย์ และข่าวสารข้อมูลในปริมาณมหาศาล เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจให้สามารถเผชิญกับการแข่งขันข้าม ชาติ และดำเนินมาตรการลดผลกระทบทางลบของโลกาภิวัตน์ โดยทั้งหมดเป็นการดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ ลดการแทรกแซงของรัฐ เสริมสร้างระบบตลาดและการแข่งขัน และการปฏิรูประบบสวัสดิการประกันสังคมให้กะทัดรัดและมีประสิทธิภาพ